ลองอ่านข้อมูลนี้ดูครับ
แนวทางการใช้ Transparency แนวทางของการใช้ Transparency สำหรับนักออกแบบ และการ Output นั้น มันมีองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกันหลายส่วน ทาง Adobe ได้จัดทำเอกสารแนะนำสำหรับนักออกแบบ และศุนย์บริการงานพิมพ์ ที่ต้องทำงานภายใต้คุณสมบัติ Transparency ซึ่งเอกสารเหล่านี้ สามารถค้นหา และ download ได้ที่เว็บไวต์
www.adobe.com การเสนอเรื่อง Transparency นี้ จะเป็นการนำเอาหลักการ หรือวิธีการบางส่วนในเอกสารของ Adobe และรวมไปถึงข้อแนะนำของผู้เชี่ยวชาญหลายๆ ท่าน มาสรุปเรียบเรียงเพื่อนำเสนอให้เป็นแนวทางสำหรับการออกแบบสิ่งพิมพ์ โดยยึดจากการทำงานภายใต้โปรแกรม Adobe InDesign และ Adobe Illustrator ซึ่งมีความสัมพันธ์กับ Transparency มีรายละเอียดแยกเป็นประเด็นดังต่อไปนี้
มาทบทวนสิ่งที่ควรรู้ และทำความเข้าใจกันก่อนสักเล็กน้อย
Transparency: มีอยู่ในรูปแบบใดบ้าง? - ไฟล์ Photoshop ที่ Import เข้ามา (ไฟล์ PSD หรือ PSD PDF,
ไม่ใช่ไฟล์ TIFF)
- ไฟล์ Illustrator ที่ Import เข้ามา (ไฟล์ AI หรือ PDF 1.4 ขึ้นไป, ไม่ใช่ EPS)
- ไฟล์ PDF ที่ Import เข้ามา (โดยการ Export หรือ Save As เป็น PDF 1.4
หรือสูงกว่า)
- ไฟล์ InDesign ที่ Import เข้ามา (InDesign CS3, CS4)
- Effects ใน InDesign (drop shadow, feather, opacity, blending)
หมายเหตุ: - InDesign สามารถรองรับ transparency ใน layer ของไฟล์ TIFF, แต่จะไม่มีการควบคุม layer
- ไฟล์ EPS และ Postscript จะมีการ Flatten ตลอดเวลา
Layers: จะมีการสร้างผ่านมาจากพาเลท Layer, การใช้ Layer ไม่ยุ่งยากเท่ากับการทำงานในรูปแบบ Stacking Order
Stacking Order: เป็นการนำวัตถุ, ภาพ หรือตัวอักษร มาวางกองรวมซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ เวลาทำงานก็มักจะต้องอ้างอิงถึงคำสั่งเหล่านี้ “Bring to Front/Bring Forward” และ “Send to Back/Send Backward”
หลักการสำคัญของ Transparency เมื่อพิกเซล หรือราสเตอร์ , effect หรือรูปภาพ วางซ้อนทับกับวัตถุเวคเตอร์ (เวคเตอร์รวมถึงตัวอักษรด้วย), ส่วนประกอบของเวคเตอร์ทั้งหมดจะต้องถูกเปลี่ยนเป็นราสเตอร์ หรือเปลี่ยนเป็นพิกเซล ในโปรแกรม InDesign หรือ Illustrator วัถตุพิกเซลที่สร้างขึ้นมาใหม่ โดยปกติแล้วจะถูกล้อมรอบด้วย clipping path เพื่อที่จะรักษารูปทรงบริเวณขอบวัตถุไว้ไห้ดีที่สุด กรณีเช่นนี้ อาจเพียงพอในการประมวลผล เพื่อ Output สำหรับอุปกรณ์ Output บางรุ่นบางยี่ห้อ ซึ่งจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาจากการใช้ Transparency
โดยทั่วไป วัตถุเวคเตอร์ที่วางซ้อนทับกับวัตถุราสเตอร์ จะไม่เกิดปัญหา และ ราสเตอร์ที่มี effects วางซ้อนทับกับวัถตุราสเตอร์ ก็จะไม่เกิดปัญหาเช่นกัน สิ่งที่ต้องระมัดระวัง ก็คือ ราสเตอร์วางซ้อนทับกับเวคเตอร์
ต้องขอเตือนความจำกันไว้ก่อน การใช้ Transparency ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับการทำงาน แต่จะเป็นปัญหาในขั้นตอนการ Output หากทำการ Setup ไม่ถูกต้อง หรือระบบไม่รองรับจึงจะทำให้เกิดปัญหาของการ Flatten Transparency
การใช้งาน Layer (หรือ Stacking Order) 1. ต้องทำการ Place หรือวางตัวอักษรปกติ (ไม่มีการใช้ effect พิเศษ) ให้อยู่บนวัตถุทั้งหมดตลอด คือ ให้อยู่ใน Layer บนสุด การออกแบบสิ่งพิมพ์มีโอกาสเป็นไปได้ที่ผู้ออกแบบ จะจัดวางตัวอักษรให้อยู่ด้านบนสุดของวัถตุที่วางกองซ้อนทับกัน (Stack Order) แต่รวมอยู่บนเลเยอร์เดียวกัน, เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ขอแนะนำว่าควรจะวางตัวอักษร อยู่ในเลเยอร์ของมันเอง แยกออกจากเลเยอร์อื่น ๆ
2. ถ้าตัวอักษรมีการใช้ drop shadow, feather หรือ effect อื่นๆ ให้ทำการ Place หรือวางตัวอักษรอยู่บนเลเยอร์ที่ 2 (หรืออยู่ภายใต้เลเยอร์ของตัวอักษรปกติ) ไม่ควรที่จะ Place หรือวางตัวอักษร ที่มีการใช้ Effect ต่างๆ รวมอยู่เลเยอร์เดียวกันกับเลเยอร์ของตัวอักษรปกติ
3. ตัวอักษรในหน้า Master สามารถที่จะอยู่บนเลเยอร์ของมันเอง, อยู่เหนือกราฟฟิคทั้งหมด ถ้าหน้า Master มีวัตถุที่ใช้ effect ก็สามารถแยกออกไปอยู่บนเลเยอร์ต่างหาก
4. การ Place ภาพที่เป็นเวคเตอร์ (สร้างจาก Illustrator) บนเลเยอร์ที่แยกออกต่างหาก ให้อยู่เหนือภาพราสเตอร์ทั้งหมด (สร้างจาก Photoshop)
รูปแบบไฟล์ 1. ใช้ไฟล์ Native Illustrator (AI) ควรหลีกเลี่ยงใช้ไฟล์ EPS , โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าไฟล์นั้นประกอบไปด้วยโหมด Transparency หรือ Blending
2. ใช้ไฟล์ Native Photoshop (PSD) เว้นแต่เป็นไฟล์ PDF ที่แปลงมาจาก Photoshop ที่มีการสร้างภาพแบบเวคเตอร์ เมื่อบันทึกเป็นไฟล์ Photoshop PDF และระบุเวอร์ชั่น 1.4 หรือสูงกว่า จะยังคงรักษา Transparency ไว้
3. ไฟล์ PDF สามารถที่จะบรรจุภาพแบบราสเตอร์ และ/หรือภาพแบบเวคเตอร์ สามารถที่จะปฎิบัติต่อ transparency ในไฟล์ PDF ได้เหมือนกันกับปฎิบัติในไฟล์ AI แต่อาจจะต้องทำการแยกมันออกให้อยู่ในเลเยอร์ของใครของมัน